เกาต์ (Gout)
Gout is one of the most painful rheumatic diseases, caused by deposits of needle-like uric acid crystals in joints. It accounts for about 5% of all arthritis cases and most commonly affects the big toe. Risk factors include genetics, obesity, alcohol, purine-rich foods, and certain medications. Treatment centers on diuretics to flush urates, with anti-inflammatories for symptom relief. Cherries are particularly effective in lowering uric acid levels.
เกาต์ (gout) เป็นหนึ่งในโรคข้อรูมาติกที่เจ็บปวดที่สุด เกิดจากการสะสมของผลึก uric acid คล้ายเข็มในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือช่องว่างข้อต่อ กรดยูริกเป็นผลิตผลจากการสลายตัวทางเคมีของ purines ซึ่งเป็นเบสที่ประกอบเป็นสารพันธุกรรม DNA เมื่อเซลล์ตายและปล่อย DNA พิวรีนถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริกที่ขับออกทางปัสสาวะ
หากร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไปหรือไตไม่สามารถกำจัดได้เพียงพอ จะเกิดภาวะ hyperuricemia ซึ่งอาจนำไปสู่การก่อตัวของผลึก อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1 ใน 20 ของผู้มีภาวะกรดยูริกสูงที่พัฒนาเป็นเกาต์ ก้อนกรดยูริก (tophi) อาจปรากฏเป็นก้อนใต้ผิวหนังรอบข้อและที่ขอบหู ข้อที่พบบ่อยที่สุดคือนิ้วหัวแม่เท้า (podagra)
ปัจจัยเสี่ยง: พันธุกรรม (6-18% มีประวัติครอบครัว), โรคอ้วน, แอลกอฮอล์มากเกิน, อาหารพิวรีนสูง (ตับ ถั่วแห้ง ปลาแอนโชวี่), ยาบางชนิด (ยาขับปัสสาวะ ซาลิไซเลต ไนอาซิน ไซโคลสปอริน เลโวโดปา), การสัมผัสตะกั่ว
ฤทธิ์ที่ต้องการ: Diuretics มีบทบาทสำคัญที่สุดในการช่วยขับกรดยูริกออกจากร่างกาย Anti-inflammatories อาจช่วยได้บ้าง แต่การอักเสบเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อผลึก
สมุนไพรเฉพาะ: Colchicine จาก Colchicum autumnale (autumn crocus) เป็นยาเฉพาะทางอัลโลพาธี แต่การใช้พืชทั้งต้นไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีพิษ
สูตรยาสำหรับเกาต์:
| สมุนไพร | สัดส่วน |
|---|---|
| Eupatorium purpureum (Gravel root) | 2 ส่วน |
| Elymus repens (Couch grass) | 2 ส่วน |
| Apium graveolens (Celery seed) | 2 ส่วน |
| Guaiacum officinale (Guaiacum) | 1 ส่วน |
ขนาดยา: ทิงเจอร์ไม่เกิน 5 มล. สามครั้งต่อวัน นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำชา Urtica dioica เข้มข้นบ่อยๆ
เชอร์รี่ (Cherries) ได้ผลดีเป็นพิเศษในการลดระดับกรดยูริกและป้องกันอาการกำเริบ ผู้ป่วยควรกินเชอร์รี่ครึ่งปอนด์ต่อวัน เชอร์รี่ ฮอว์ธอร์นเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และผลไม้สีแดงเข้ม-น้ำเงินอุดมไปด้วย anthocyanidins และ proanthocyanidins ซึ่งเสริมสร้างเมทริกซ์คอลลาเจน ลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และยับยั้งการสลายคอลลาเจนระหว่างการอักเสบ
อาหาร: หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ แอลกอฮอล์ อาหารพิวรีนสูง (แอนโชวี่ หน่อไม้ฝรั่ง ปู ไข่ปลา ตับ ไต เห็ด หอยแมลงภู่ ถั่ว ซาร์ดีน) ดื่มน้ำ 6 ไพนต์/วัน กินผลไม้สด ผัก ธัญพืช
ถุงน้ำอักเสบและเส้นเอ็นอักเสบ
Bursitis is inflammation of the bursae (fluid-filled sacs reducing friction between bones). Tendinitis is inflammation of tendons connecting muscles to bones. Both conditions cause pain, tenderness, and restricted movement. Treatment combines anti-inflammatories (Salix spp.), antispasmodics (Viburnum opulus), and circulatory stimulants (Zanthoxylum americanum). The RICE protocol (Rest, Ice, Compression, Elevation) is recommended for acute cases.
ถุงน้ำ (bursa) เป็นกระเป๋าเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่ใกล้ข้อต่อ มีผิวด้านในเรียบ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเหนือกระดูก ถุงน้ำอักเสบ (bursitis) พบบ่อยที่ไหล่ ข้อศอก สะโพก และเข่า เรียก "housemaid's knee" เมื่อเป็นที่เข่า และ "tennis elbow" เมื่อเป็นที่ข้อศอก
เส้นเอ็นอักเสบ (tendinitis) เป็นการอักเสบของเส้นเอ็นที่เชื่อมกล้ามเนื้อกับกระดูก สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ repetitive stress การใช้ข้อเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า พบทั้งในกีฬาและงานสำนักงาน
สูตรยาสำหรับถุงน้ำอักเสบ/เส้นเอ็นอักเสบ:
| สมุนไพร | สัดส่วน | ฤทธิ์ |
|---|---|---|
| Salix spp. (Willow) | 2 ส่วน | ต้านอักเสบ (ซาลิไซเลต) |
| Viburnum opulus (Cramp bark) | 2 ส่วน | แก้การหดเกร็ง |
| Apium graveolens (Celery seed) | 2 ส่วน | ต้านอักเสบ, แก้การหดเกร็ง |
| Zanthoxylum americanum (Prickly ash) | 1 ส่วน | กระตุ้นการไหลเวียน |
ขนาดยา: ทิงเจอร์ไม่เกิน 5 มล. สามครั้งต่อวัน + ยาทาแก้เกร็ง Lobelia inflata 1 ส่วน + Viburnum opulus 1 ส่วน
แนวทาง RICE สำหรับกรณีเฉียบพลัน:
- Rest (พักผ่อน) — ไม่ใช้ข้อสำหรับกิจกรรมเดิมที่ทำให้บาดเจ็บ
- Ice (น้ำแข็ง) — ใช้ถุงผักแช่แข็งหากไม่มีถุงน้ำแข็ง
- Compression (การรัด) — พันบริเวณให้แน่นแต่ไม่เจ็บ
- Elevation (การยกสูง) — ลดความดันเลือดในบริเวณที่บาดเจ็บ
กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome)
Restless legs syndrome is a neurological disorder characterized by tingling or crawling sensations in the legs with an overwhelming urge to move them, often worsening at night. It is believed to be genetic, activated by chemical imbalance in the brain. Caffeine aggravates symptoms. Treatment includes relaxing herbs (Passiflora, Valeriana, Cimicifuga), nutritional supplements (vitamin E, iron, B complex, folic acid), and leg massage techniques.
กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (restless legs syndrome) เป็นโรคทางระบบประสาทที่ยังไม่มียารักษาให้หาย มีลักษณะเป็นความรู้สึกเหมือนมีอะไรไต่หรือคลานลึกในขา ร่วมกับความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะขยับขาเพื่อบรรเทาอาการ อาการมักแย่ลงในเวลากลางคืน เชื่อว่าเป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ถูกกระตุ้นโดยความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง คาเฟอีนทำให้อาการแย่ลง มีความเชื่อมโยงกับการขาดธาตุเหล็กหรือ folic acid
สมุนไพรที่ช่วย: Passiflora incarnata, Valeriana officinalis, Piper methysticum (kava), Cimicifuga racemosa, Viburnum opulus
อาหารเสริม: วิตามินอี, มัลติวิตามินที่มีธาตุเหล็ก, วิตามินบีรวม, กรดโฟลิก 400-1,000 ไมโครกรัม/วัน
คำแนะนำอื่นๆ: หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น (คาเฟอีน ยาแก้คัดจมูก), หลีกเลี่ยงกิจกรรมกระตุ้น 3 ชม.ก่อนนอน, ห้องนอนเงียบและเย็น, ฝึกเทคนิคผ่อนคลาย (โยคะ ไบโอฟีดแบ็ก สมาธิ), แช่เท้าในน้ำเย็น (ไม่ใช่น้ำแข็ง)
การนวดขา: 1) นั่งบนพื้น งอเข่า ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดกล้ามเนื้อด้านนอกหน้าแข้งตั้งแต่ใต้เข่าถึงตาตุ่ม 2) วางนิ้วหัวแม่มือที่ด้านในขาใกล้ตาตุ่ม นวดจากข้อเท้าขึ้นไปถึงเข่า 3) ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่นนวดน่องด้านหลังและข้าง จากเข่าลงมาถึงข้อเท้า ทำซ้ำทั้งสองขาสลับกัน
คำศัพท์สำคัญในบทที่ 19
- Thie NM, Prasad NG, Major PW. Evaluation of glucosamine sulfate compared to ibuprofen for the treatment of temporomandibular joint osteoarthritis: a randomized double blind controlled 3 month clinical trial. The Journal of Rheumatology 2001 Jun; 28(6):1347-55.
- Messier SP, Loeser RF, Mitchell MN, et al. Exercise and weight loss in obese older adults with knee osteoarthritis: a preliminary study. Journal of the American Geriatrics Society 2000 Sep; 48(9):1062-72.
- Randall, et al. Nettle sting of Urtica dioica for joint pain — an exploratory study of this complementary therapy. Complementary Therapies in Medicine 1999 Sep; 7(3):126-31.
- Pizzorno JE, Murray MT. Textbook of Natural Medicine. Edinburgh: Churchill Livingstone, 1999.
- Ibid.
- NIH Consensus Conference. Optimal calcium intake. NIH Consensus Development Panel on Optimal Calcium Intake. The Journal of the American Medical Association 1994; 272:1942-48.
- Pizzorno JE, Murray MT. Textbook of Natural Medicine. Edinburgh: Churchill Livingstone, 1999.
การอ่านเพิ่มเติม:
- Hoffmann D. Healthy Bones and Joints: A Natural Approach to Treating Arthritis, Osteoporosis, Tendinitis, Myalgia, Bursitis. Pownal, VT: Storey Books, 2000.