ช่วงน้ำหวานหลัก / เก็บน้ำผึ้ง
ช่วงน้ำหวานหลัก — The Main Honeyflow
The main honeyflow is the peak period when major nectar sources bloom and bees work at maximum intensity. During this period, a strong colony can bring in 3-5 kg of nectar per day. The beekeeper's main job is to ensure enough empty frames are available for the bees to store honey. Do not disturb the colony during honeyflow -- every inspection costs honey production.
ช่วงน้ำหวานหลัก (main honeyflow) คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในรอบปี เมื่อพืชให้น้ำหวานหลัก เช่น ลินเดน โคลเวอร์ หรือดอกไม้ป่า เริ่มบานพร้อมๆ กัน ผึ้งจะทำงานอย่างเต็มกำลัง ฝูงที่แข็งแรงสามารถนำน้ำหวาน (nectar) เข้ารังได้ 3-5 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งหลังจากระเหยน้ำออกจะกลายเป็นน้ำผึ้งประมาณ 1-2 กิโลกรัม
ก่อนที่ช่วงน้ำหวานหลักจะเริ่ม ผู้เลี้ยงต้องเตรียมรังให้พร้อม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีกรอบว่าง (empty frames) เพียงพอสำหรับให้ผึ้งเก็บน้ำหวาน ในรังนอนของลาซูติน ข้อดีคือสามารถเพิ่มกรอบว่างได้ง่ายโดยเลื่อนแผ่นกั้น (divider board) ออกไปและเพิ่มกรอบเข้าไป
ผู้เขียนเตือนว่า ในช่วงน้ำหวานหลัก อย่าเปิดรังตรวจหากไม่จำเป็น เพราะทุกครั้งที่เปิดรัง ผึ้งจะต้องหยุดงานมาซ่อมแซมและจัดระเบียบใหม่ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียผลผลิตน้ำผึ้งได้ 1-2 กิโลกรัมต่อครั้ง เพียงแค่สังเกตกิจกรรมที่ทางเข้ารังก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้ ถ้าผึ้งบินเข้าออกอย่างคึกคัก มีผึ้งที่ท้องเต็มน้ำหวานลงจอด แสดงว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ครึ่งหลังของฤดูร้อน
After the main honeyflow ends, the colony enters a critical transition period. Nectar becomes scarce, and robbing behavior increases. Bees from strong colonies may try to steal honey from weaker ones. Reduce the entrance size on weak colonies. The beekeeper must be vigilant about guarding against robbing, which can destroy colonies within hours.
เมื่อช่วงน้ำหวานหลักสิ้นสุด สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ การปล้นน้ำผึ้ง (robbing) ในช่วงที่ไม่มีน้ำหวานจากดอกไม้ (nectar dearth) ผึ้งจากฝูงที่แข็งแรงอาจบุกเข้าไปในรังของฝูงที่อ่อนแอเพื่อขโมยน้ำผึ้ง การปล้นสามารถทำลายฝูงที่อ่อนแอได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะผึ้งขโมยจะกลับมาเรื่อยๆ จนกว่าน้ำผึ้งจะหมด
สัญญาณของการปล้น ได้แก่ ผึ้งจำนวนมากบินวนรอบรัง ผึ้งต่อสู้กันที่ทางเข้า และมีผึ้งตายมากผิดปกติที่หน้ารัง วิธีป้องกันคือลดขนาดทางเข้ารัง (reduce entrance) ของฝูงที่อ่อนแอ อย่าเปิดรังในช่วงที่ขาดน้ำหวาน และอย่าหกน้ำผึ้งหรือทิ้งรวงผึ้งใกล้ลานเลี้ยงผึ้ง
นอกจากผึ้งจากฝูงอื่นแล้ว ตัวต่อ (wasp) ก็เป็นภัยคุกคามในช่วงปลายฤดูร้อนเช่นกัน ตัวต่อจะเข้ารังเพื่อขโมยน้ำผึ้งและจับตัวอ่อนผึ้ง ฝูงที่แข็งแรงสามารถป้องกันตัวได้ แต่ฝูงที่อ่อนแอต้องการความช่วยเหลือจากผู้เลี้ยงในเรื่องการลดขนาดทางเข้า
เก็บน้ำผึ้งและเตรียมตัวจำศีล — Pulling Honey
Harvest honey only from surplus frames -- never take honey the bees need for winter. In Lazutin's system, honey is pulled in September-October from fully capped frames at the edges of the hive. Always leave at least 25-30 kg of honey for winter stores. After harvesting, prepare the hive for winter: add moisture-absorbing material on top, install mouse guards, and reduce the entrance.
การเก็บน้ำผึ้ง (honey harvest) ในระบบของลาซูตินทำในเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งช้ากว่าที่ผู้เลี้ยงทั่วไปมักจะเก็บ เหตุผลคือต้องรอให้น้ำผึ้งสุกเต็มที่ โดยเก็บเฉพาะกรอบที่ถูกปิดฝาหมดแล้ว (fully capped) น้ำผึ้งที่ปิดฝาครบมีความชื้นต่ำกว่า 18% จะเก็บรักษาได้นาน ไม่เสียและไม่หมัก
หลักการสำคัญที่สุดคือ: เก็บเฉพาะน้ำผึ้งส่วนเกินเท่านั้น ผู้เขียนเน้นว่าต้องเหลือน้ำผึ้งไว้ในรังอย่างน้อย 25-30 กิโลกรัมสำหรับ winter stores ในปีที่น้ำหวานไม่ดี อาจไม่สามารถเก็บน้ำผึ้งได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ ดีกว่าเก็บมากเกินไปแล้วฝูงตายในฤดูหนาว
ในรังนอน การเก็บน้ำผึ้งทำได้ง่าย เพียงดึงกรอบที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งจากขอบด้านข้างของรัง (ไกลจากรังตัวอ่อน) ปัดผึ้งออก แล้วนำไปสลัดน้ำผึ้ง (extracting) ด้วยเครื่องสลัดน้ำผึ้ง หลังจากสลัดแล้ว สามารถนำกรอบเปล่ากลับเข้ารังได้ ผึ้งจะทำความสะอาดและเก็บน้ำผึ้งใหม่ในฤดูกาลหน้า
หลังจากเก็บน้ำผึ้งแล้ว ต้องเตรียมรังสำหรับฤดูหนาวทันที ขั้นตอนสำคัญมีดังนี้:
การเตรียมรังจำศีล
- วัสดุดูดความชื้น (moisture absorber) วางบนผ้าปิดด้านบนรัง เช่น ขี้เลื่อยแห้ง, มอสแห้ง, หรือซิลิกาเจล เพื่อดูดความชื้นที่ระเหยจากกลุ่มจำศีล
- ตะแกรงกันหนู (mouse guard) ติดตั้งที่ทางเข้ารัง เพื่อป้องกันหนูเข้าไปทำรังในช่วงฤดูหนาว
- ลดจำนวนกรอบ ให้เหลือเฉพาะกรอบที่ผึ้งครอบครองจริง วางแผ่นกั้นชิดกับกรอบสุดท้าย เพื่อให้ผึ้งไม่ต้องรักษาอุณหภูมิในพื้นที่ว่างที่ไม่จำเป็น
- ตรวจสอบน้ำผึ้งสำรอง ยกรังชั่งน้ำหนัก หรือประเมินจากจำนวนกรอบน้ำผึ้ง (กรอบที่เต็มจะหนักประมาณ 3-4 กก.)
- ผ้าปิดด้านบน ใช้ผ้าฝ้ายหรือกระสอบปิดด้านบนรัง ให้อากาศผ่านได้แต่กันลม