บทที่ 14 — ระบบหัวใจและหลอดเลือด (หน้า 2/4)

ปัจจัยเสี่ยงและโภชนาการเพื่อสุขภาพหัวใจ

ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ — บุหรี่ อาหาร ความเครียด การออกกำลังกาย
ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด — การสูบบุหรี่ อาหารไขมันสูง ความเครียด และการไม่ออกกำลังกายล้วนมีผลโดยตรง

ปัจจัยเสี่ยงและวิถีชีวิต

A comprehensive program for cardiovascular health must go beyond herbs. Risk factors are habits or traits that increase disease likelihood. Major modifiable risks include cigarette smoking (300% higher death rate), high blood pressure, high cholesterol, obesity, and physical inactivity. Personality type (Type A vs Type B) and stressful life events also contribute significantly.

Risk Factors Coronary Heart Disease Familial Hyperlipidemia Body Mass Index Type A Personality Life Events
อายุ เพศ และยาคุมกำเนิด

โปรแกรมเสริมสร้างหัวใจที่รอบด้านต้องครอบคลุมมากกว่าสมุนไพร Risk factors คือนิสัยหรือลักษณะที่ทำให้เกิดโรคได้ง่ายขึ้น ที่มาของโรคหัวใจนั้นซับซ้อน บางปัจจัยเสี่ยงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (เช่น พันธุกรรมและอายุ) แต่หลายปัจจัยสามารถจัดการได้ ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาก ยิ่งมีโอกาสเกิด cardiovascular disease

อายุและเพศ: ยิ่งอายุมากยิ่งมีความเสี่ยงสูง ชายอายุ 50 ปีมีความเสี่ยง heart attack มากกว่าชายอายุ 30 ปีถึง 4 เท่า ผู้หญิง premenopausal มีความเสี่ยงต่ำ แต่หลัง menopause อัตราโรคหัวใจในหญิงเทียบเท่ากับชาย

ยาคุมกำเนิด: Oral contraceptives ที่มี estrogen สูงเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ โดยเฉพาะในหญิงที่สูบบุหรี่ ยาคุมรุ่นใหม่ที่มีเอสโตรเจนต่ำ (≤35 mcg) มีความเสี่ยงน้อยกว่ามากสำหรับหญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน แต่ต้องระวัง: การสูบบุหรี่ร่วมกับยาคุมเพิ่มความเสี่ยง blood clots อย่างมาก โดยเฉพาะในหญิงอายุเกิน 35 ปี

พันธุกรรม บุหรี่ และแอลกอฮอล์

พันธุกรรม: แนวโน้มที่จะเกิดโรคหัวใจบางชนิดมีส่วนถ่ายทอดทางพันธุกรรม ประวัติครอบครัวที่มีโรคหัวใจควรพิจารณาใช้ herbal tonics ร่วมกับการเปลี่ยนอาหารและเทคนิคลดความเครียด ปัญหาทางพันธุกรรมที่รู้จักกันดีคือ familial hyperlipidemia — ผู้ที่มีภาวะนี้มีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะมี blood lipid levels สูง

บุหรี่: อัตราการตายจากโรคหัวใจในผู้สูบบุหรี่สูงกว่าผู้ไม่สูบ 300% ผู้หญิงอเมริกันที่สูบบุหรี่เสียชีวิตจากโรคหัวใจมากกว่า lung cancer ถึง 1.5 เท่า ผู้สูบบุหรี่มีโอกาส heart attack มากกว่าผู้ไม่สูบ 2-6 เท่า โดยเพิ่มตามจำนวนบุหรี่ต่อวัน นอกจากหัวใจแล้ว บุหรี่ยังเชื่อมโยงกับมะเร็งช่องปาก กล่องเสียง หลอดอาหาร ทางเดินปัสสาวะ ไต ตับอ่อน และปากมดลูก รวมถึง bronchitis และ emphysema

แอลกอฮอล์: การดื่มน้อยๆ เป็นครั้งคราวอาจมีประโยชน์เพราะแอลกอฮอล์ทำหน้าที่เป็น vasodilator งานวิจัยพบว่าผู้ดื่มพอประมาณ (1-2 แก้วต่อวัน) มีความเสี่ยงโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ไม่ดื่ม แต่มากกว่า 3 แก้วต่อวันเพิ่มความดันเลือด และ binge drinking อาจนำไปสู่ stroke การดื่มมากสม่ำเสมอมีอัตราโรคหัวใจสูงกว่าทั้งผู้ดื่มพอประมาณและผู้ไม่ดื่ม

ความดัน อาหาร คอเลสเตอรอล และโรคอ้วน

ความดันโลหิตสูง: Hypertension เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับ coronary heart disease (CHD) และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับ stroke และ congestive heart failure งานวิจัยชี้ว่าความดันสูงเป็นสาเหตุของหัวใจล้มเหลว 3 ใน 5 รายในผู้หญิง ยังเพิ่มโอกาสเกิด kidney disease และตาบอด ความดันเลือดคือแรงที่เลือดกระทำต่อผนังหลอดเลือดแดง การลดความดันช่วยลดภาระของหัวใจ

อาหาร: บทบาทที่แน่ชัดของอาหารต่อโรคหัวใจยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่มีข้อมูลเพียงพอที่จะกำหนดแนวทางป้องกันได้ (จะอภิปรายในส่วนโภชนาการ)

คอเลสเตอรอล: High blood cholesterol เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญอีกตัว คอเลสเตอรอลประมาณ 25% มาจากอาหารและส่วนที่เหลือร่างกายสร้างเอง ระดับสูงจากอาหารเรียกว่า exogenous hyperlipidemia ส่วนจากพันธุกรรมเรียกว่า endogenous hyperlipidemia ซึ่งตอบสนองต่อการเปลี่ยนอาหารน้อยกว่ามาก

โรคอ้วน: ผู้ที่เป็น obesity มีโอกาสเกิดปัญหาหัวใจสูงขึ้นแม้จะไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น น้ำหนักเกินเชื่อมโยงกับ CHD, stroke, หัวใจล้มเหลว และการเสียชีวิตจากสาเหตุเกี่ยวกับหัวใจ ข้อมูล NHANES ชี้ว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 61% มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน (BMI ≥ 25) BMI คำนวณจากน้ำหนัก(กก.) ÷ ส่วนสูง(ม.)² — BMI 25-29.9 ถือว่าน้ำหนักเกิน, BMI ≥ 30 ถือว่าอ้วน

การออกกำลังกาย เบาหวาน ความเครียด และบุคลิกภาพ

การไม่ออกกำลังกาย: Physical inactivity เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจทั้งโดยตรงและโดยอ้อม (ส่งเสริมปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น ความดันสูงและเบาหวาน) Surgeon General สรุปว่าเพียงแค่ออกกำลังกายระดับปานกลาง 30 นาทีต่อวัน เช่น brisk walking ขี่จักรยาน หรือทำสวน ก็ช่วยปกป้องสุขภาพหัวใจได้

เบาหวาน: Diabetes เพิ่มความเสี่ยงการตายจากโรคหัวใจ 3 เท่า เบาหวานชนิดที่ 2 (NIDDM) เชื่อมโยงกับน้ำหนักเกินและอายุมากขึ้น การลดน้ำหนักและเพิ่มกิจกรรมทางกายอาจช่วยชะลอหรือป้องกันการเกิดโรค

ความเครียดและบุคลิกภาพ: งานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างบุคลิกภาพกับโรคหัวใจ Type A behavior มีลักษณะเร่งรีบ ก้าวร้าวแฝง และต้องการความสำเร็จ คนเหล่านี้กดดันตัวเอง ตั้งเส้นตาย พยายามทำหลายอย่างพร้อมกัน และตอบสนองด้วยความเป็นปฏิปักษ์ต่ออุปสรรค Type B behavior กลับกัน — ผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ แยกงานกับเล่นออกจากกัน โกรธน้อยกว่า

จากมุมมองแบบองค์รวม เราต้องตระหนักว่าคนไม่สามารถจัดหมวดเป็นแค่สองประเภทได้ แต่ละคนเป็นปัจเจก การจำแนกเป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่สัจธรรม
ปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ และเหตุการณ์ในชีวิต

ปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ: Socioeconomic factors มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจ แต่ผลวิจัยแตกต่างกันตามสังคมที่ศึกษา บางงานวิจัยชี้ว่ากลุ่มเศรษฐกิจสูงมีความเสี่ยงมากกว่า บางงานชี้ตรงข้าม ปัจจัยเสี่ยงสูงรวมถึง social mobility เช่น การย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงาน

อัตราโรคหัวใจที่ต่ำกว่าในผู้หญิงอาจเป็นผลจากปัจจัยทั้งทางจิตสังคมและชีวภาพ ผู้ชายมักมุ่งเด่นและใช้งานเป็นทางระบายความก้าวร้าว จึงเผชิญ stress บางประเภทมากกว่า อย่างไรก็ตาม รูปแบบพฤติกรรมเหล่านี้ทำร้ายผู้หญิงเท่าๆ กับผู้ชาย

เหตุการณ์สำคัญในชีวิต: ช่วงที่มีความเครียดสูงเป็น danger points สำหรับปัญหาหัวใจ เรียกว่า life events หากสามารถระบุช่วงเวลาเหล่านี้ได้ล่วงหน้า ก็สามารถวางแผนรับมือเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ เหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ angina และ coronary heart disease

เป้าหมายในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

จากงานวิจัยจำนวนมาก สรุปได้ว่าโรคหัวใจเชื่อมโยงกับไขมันในอาหารมากเกินไป คอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันสูง การสูบบุหรี่ โรคอ้วน รูปร่างเตี้ย และการไม่ออกกำลังกาย เป้าหมายสำคัญ:

เป้าหมายรายละเอียด
Quit smokingเลิกหรือลดการสูบบุหรี่
Control blood pressureลดและควบคุมความดันโลหิต
Reduce total cholesterolลดคอเลสเตอรอลรวมในเลือด
Decrease LDL cholesterolลด LDL (คอเลสเตอรอลไม่ดี)
Increase HDL cholesterolเพิ่ม HDL (คอเลสเตอรอลดี)
Lose weightลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกิน
Aerobic exerciseเพิ่มการออกกำลังกายแบบแอโรบิก
✦ ✦ ✦

ปัจจัยโภชนาการเพื่อสุขภาพหัวใจ

อาหารบำรุงหัวใจ — ผักผลไม้ ปลาน้ำเย็น น้ำมันมะกอก ธัญพืช
โภชนาการเพื่อหัวใจ — อาหารที่อุดมไฟเบอร์ กรดไขมันจำเป็น โคเอนไซม์ Q10 และวิตามินบี ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

Cardiovascular nutrition centers on reducing saturated fats and dietary cholesterol while increasing fiber, fruits, and vegetables. Coenzyme Q10 is essential for mitochondrial energy production and highly concentrated in heart muscle; deficiency correlates with heart failure severity. Homocysteine — an amino acid linked to cardiovascular damage — is controlled by folic acid, vitamin B6, and B12. Key supplements include vitamins C, E, CoQ10, and inositol hexaniacinate.

Coenzyme Q10 Homocysteine Folic Acid ATP Inositol Hexaniacinate
โคเอนไซม์ Q10 — พลังงานของหัวใจ

Coenzyme Q10 (CoQ10 หรือ ubiquinone) พบในอาหารหลากหลายชนิดและถูกสังเคราะห์ในทุกเนื้อเยื่อ Coenzymes คือโมเลกุลที่เอนไซม์ต้องการเพื่อทำงาน CoQ10 เป็นโคเอนไซม์สำหรับเอนไซม์หลายตัวในไมโทคอนเดรียและส่วนอื่นของเซลล์

Mitochondria เป็นอนุภาคเล็กๆ ภายในเซลล์ ทำหน้าที่ผลิตพลังงาน ผ่านปฏิกิริยาเคมีตามสาย electron transport chain ผลิตโมเลกุล ATP (adenosine triphosphate) ซึ่งเป็น "สกุลเงินพลังงาน" ของเซลล์ ออกซิเจนที่เราหายใจมากกว่า 95% ใช้เพื่อผลิต ATP เท่านั้น

CoQ10 ทำหน้าที่เป็น mobile messenger link ระหว่างเอนไซม์ต่างๆ ในห่วงโซ่ — อิเล็กตรอนทุกคู่ต้องผ่าน CoQ10 ก่อน ไม่มีสารใดทดแทนได้ สารอื่นที่เกี่ยวข้องได้แก่ วิตามินซี, ไรโบฟลาวิน (B2), ไนอะซินาไมด์ (B3) และวิตามินอี

CoQ10 พบมากในเนื้อเครื่องใน (หัวใจ ตับ ไต) เนื้อวัว น้ำมันถั่วเหลือง ปลาซาร์ดีน ปลาแมกเคอเรล และถั่วลิสง — แต่ต้องกินปลาซาร์ดีน 1 ปอนด์ เนื้อวัว 2 ปอนด์ หรือถั่ว 2½ ปอนด์ เพื่อรับ CoQ10 เพียง 30 มก.! ไม่มีพิษภัยหรือผลข้างเคียง แม้ร่างกายสร้างได้เองจากวัตถุดิบในอาหาร แต่มักไม่เพียงพอสำหรับการทำงานอย่างเต็มที่

CoQ10 มีความเข้มข้นสูงมากในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เพราะหัวใจต้องการพลังงานอย่างมหาศาล Congestive heart failure เชื่อมโยงกับระดับ CoQ10 ต่ำ — ความรุนแรงของหัวใจล้มเหลวสัมพันธ์กับความรุนแรงของการขาด CoQ10 งานวิจัยทางคลินิกสรุปว่า CoQ10 ปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่มีผลข้างเคียง ใช้สำเร็จในความดันสูง หัวใจล้มเหลว angina pectoris และ cardiomyopathy

วิตามินบีและโฮโมซิสเตอีน

Homocysteine เป็นกรดอะมิโนที่พบตามธรรมชาติในร่างกาย ระดับสูงในเลือดอาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจ stroke และปัญหาไหลเวียนเลือด ระดับสูงเชื่อว่าทำลาย arteries ทำให้เลือดแข็งตัวง่ายขึ้น และลดความยืดหยุ่นของหลอดเลือด

ระดับโฮโมซิสเตอีนในเลือดได้รับอิทธิพลจากวิตามิน 3 ชนิดในอาหาร:

วิตามินปริมาณแนะนำ/วันแหล่งอาหาร
Folic acid400 mcgผลไม้ตระกูลส้ม มะเขือเทศ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เลนทิล
Vitamin B62 mgเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา ผลไม้ ผัก ธัญพืช
Vitamin B126 mcgเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา นม และผลิตภัณฑ์นม

การรับวิตามินเหล่านี้น้อยกว่าปริมาณแนะนำอาจนำไปสู่ระดับโฮโมซิสเตอีนที่สูงขึ้น

แนวทางโภชนาการและอาหารแนะนำ

กฎพื้นฐานเพื่อลดคอเลสเตอรอลและรักษาสุขภาพหัวใจ: หลีกเลี่ยง saturated fats และ dietary cholesterol ผู้เชี่ยวชาญแนะนำอาหารที่มีไขมันไม่เกิน 30% ของแคลอรี่ (บางท่านว่า 20%)

คำแนะนำด้านอาหาร:

  • กินผลไม้และผักให้มากขึ้น
  • กิน whole grains ให้มากขึ้น
  • ลดไขมันเหลือ 25-30% ของอาหาร
  • ลดคอเลสเตอรอลเหลือน้อยกว่า 300 มก./วัน
  • ลดไข่แดงเหลือ 3-5 ฟองต่อสัปดาห์
  • ลดนมไขมันเต็ม ใช้นมไขมันต่ำหรือปราศจากไขมัน
  • หลีกเลี่ยงเนื้อแดง เนื้อหมักดอง และเนื้อแปรรูปทุกชนิด
  • กิน cold-water fish ให้มากขึ้น เช่น ซาร์ดีนและปลาแซลมอน
  • ใช้น้ำมันสกัดเย็น เช่น olive oil และ flaxseed oil เพื่อรับ essential fatty acids

คำแนะนำทั่วไปเพื่อสุขภาพหัวใจ:

  • อาหารปลอดผลิตภัณฑ์สัตว์สามารถลดคอเลสเตอรอลและความดันได้
  • รับ fiber ให้เพียงพอ — ใยจากรำข้าวโอ๊ตและเมล็ดไซเลียมลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล
  • ลดเกลือ หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น ดื่มแอลกอฮอล์น้อยหรือไม่ดื่ม
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ไพนท์ต่อวัน
  • ออกกำลังกายแอโรบิก 30 นาที หลายครั้งต่อสัปดาห์ และทุกวันหากเป็นไปได้
  • หาโปรแกรม relaxation ที่ชอบ และทำเป็นกิจวัตร
  • รักษาสุขภาพโดยรวมและความดันปกติ
ดร. Andrew Weil กล่าวว่า "เปิดหัวใจของคุณ" การที่หัวใจเรา "สลาย" ในความหมายเชิงอารมณ์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความเห็นอกเห็นใจ ความห่วงใย และความเคารพอย่างรักใคร่ ล้วนเป็นยาบำรุงหัวใจ
อาหารเสริมที่แนะนำ

Drs. Murray และ Pizzorno แนะนำในหนังสือ Textbook of Natural Medicine:

อาหารเสริมปริมาณแนะนำ
วิตามินรวมและแร่ธาตุคุณภาพสูงตามฉลาก
Vitamin C500-1,000 มก. วันละ 3 ครั้ง
Vitamin E400-800 IU/วัน
Inositol hexaniacinate550 มก. × 3 ครั้ง/วัน (2 สัปดาห์แรก) แล้วเพิ่มเป็น 1,000 มก. × 3 ครั้ง/วัน
Vitamin B610 มก./วัน
Vitamin B122 mcg/วัน
Folic acid1,000 mcg/วัน
Coenzyme Q1050 มก. วันละ 2-3 ครั้ง